วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2561

ประวัติความเป็นมาสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประเทศไทย

ในระยะแรก คณะผู้แทนในประเทศสยามของรัฐบาลฝรั่งเศสเป็นแค่คณะกงสุล ซึ่งต่อมาในปีค.ศ. 1887 ได้เปลี่ยนสถานภาพเป็นคณะผู้แทนทางการทูตซึ่งไม่มีเอกอัครราชทูตเป็นผู้นำ (légation) จนกระทั่งปี ค.ศ. 1949 จึงได้มีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตคนแรกมาประจำประเทศไทย
รายนามเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยเรียงลำดับตามเวลาประจำตำแหน่งมีดังต่อไปนี้
  • นายการาชง (เข้ารับตำแหน่งปีค.ศ.2015)
  • นายวีโต (เข้ารับตำแหน่งปีค.ศ.2012)
  • นายเลอ ลีเดค (เข้ารับตำแหน่งปีค.ศ.2009)
  • นายบีลี่ (เข้ารับตำแหน่งปีค.ศ. 2007)
  • นายโอแบล็ง (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2003)
  • นายแพร็ตทร์ (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 1999)
  • นายกอสต์ (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 1995)
  • นายรุมเมอลารดต์ (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 1993)
  • นายแวงซ็ง (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 1989)
  • นายบาสตูยล์ (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 1986)
  • นายอาร์โนด์ (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 1982)
  • นายซูลิเยร์ (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 1978)
  • นายอองเดร (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 1975)
  • นายต็อฟแฟง (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 1972)
  • นายเลสโกต์ (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 1968)
  • นายคลารัค (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 เมษายน 1959)
  • นายเบรอัล (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 1958)
  • นายอ็อฟฟรัว (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 1954)
  • นายปอล-บงกูร์ (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 1951)
  • นายมาร์ชาล (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 1949)
ในปีค.ศ. 1857 กงสุลฝรั่งเศสได้เช่าสถานที่แห่งหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาจากรัฐบาลแห่งประเทศสยาม ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 1875 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานที่ดินผืนนี้ให้แก่รัฐบาลฝรั่งเศส จนกระทั่งปัจจุบันสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยตั้งอยู่ ณ ที่นี้มาเป็นเวลากว่า 150 ปีแล้ว
ภาพถ่ายทำเนียบเอกอัครราชทูตในอดีต

วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2561

บุคคลสำคัญสมัยอยุธยา เจ้าพระยาโกษาเหล็กและเจ้าพระยาโกษาปาน








เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) เป็นบุตรชายคนโตของเจ้าแม่วัดดุสิต (พระนมในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) กับ ขุนนางเชื้อสาย มอญ ท่านเกิดในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง มีน้องชาย 1 คน คือ เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) และน้องสาว 1 คน ชื่อ แช่ม หรือ ฉ่ำ
ท่านและน้องชายต่างเป็นข้าหลวงคนสำคัญของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กล่าวคือ เมื่อกลุ่มขุนนางอาวุโสซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้การช่วยเหลือให้สมเด็จพระนารายณ์ได้ขึ้นครองราชย์หมดอำนาจลง กลุ่มขุนนางหนุ่มซึ่งนำโดยท่านและน้องชายจึงขึ้นมามีอำนาจแทน ท่านได้เป็น แม่ทัพ ในราชการสงคราม หลายครั้งในต้นแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ. 2226





ออกญาโกษาธิบดี มีชื่อเดิมว่า ปาน เป็นบุตรของเจ้าแม่วัดดุสิต พระนมของสมเด็จพระนารายณ์กษัตริย์องค์ที่ 27 ของอยุธยา และเป็นน้องชายของออกญาโกษาธิบดี (เหล็ก) ซึ่งดำรงตำแหน่งพระคลังระหว่างปี พ.ศ. 2200-2226 ต่อมาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระวิสุทธสุนทร (ปาน)

ในสมัยที่โกษาปานดำรงตำแหน่งเป็นพระวิสูตรสุนทรได้รับแต่งตั้งให้เป็นทูตออกไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศส ในสมัยดังกล่าวฝรั่งเศสมีอิทธิพลในราชสำนักของพระนารายณ์มาก จุดประสงค์ของฝรั่งเศส คือ การเผยแพร่คริสต์ศาสนา และพยายามให้พระนารายณ์เข้ารีตเป็นคริสต์ชนด้วย รวมทั้งยังพยายามมีอำนาจทางการเมืองในอยุธยา ด้วยการเจรจาขอตั้งกำลังทหารของตนที่เมืองบางกอกและเมืองมะริด

โกษาปานเดินทางไปกับเรือฝรั่งเศสเมื่อธันวาคม พ.ศ. 2228 ได้เข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เมื่อ 1 กันยายน พ.ศ. 2229 และเดินทางกลับเมื่อ 27 กันยายน พ.ศ. 2230 รวมเดินทางไปกลับอยุธยาฝรั่งเศสทั้งหมด 1 ปี 9 เดือน โกษาปานเป็นนักการทูตที่สุขุม ไม่พูดมาก ละเอียดลออในการจดบันทึกที่ได้พบเห็นในการเดินทางครั้งนั้น สำหรับการเข้าเฝ้าในครั้งนี้ ออกพระวิสุทธิ์สุนทร (ปาน) ได้กระทำหน้าที่เป็นผู้แทนของราชสำนักอยุธยาอย่างถูกต้องตามขนบธรรมเนียมประเพณีการเข้าเฝ้า จนชาวฝรั่งเศสได้กล่าวยกย่องชื่นชมคณะทูตไทย

ซึ่งถือว่าการไปเจริญสัมพันธไมตรีครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง เพราะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฝรั่งเศสแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น การเจริญสัมพันธไมตรีของพระวิสุทธิ์สุนทร (ปาน) และคณะราชทูตในครั้งนั้นได้สร้างชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือในทวีปยุโรป เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่พระเจ้าแผ่นดินทางด้านตะวันออกแต่งคณะราชทูตไปยังสำนักฝรั่งเศสพระเจ้าหลุยส์ทรงจัดการรับรองคณะราชทูตจากกรุงศรีอยุธยาอย่างสมเกียรติยศ และโปรดให้จัดทำเหรียญที่ระลึก และมีการเขียนรูปราชทูตไทยเข้าเฝ้า พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศสเป็นที่ระลึกด้วย




   เหรียญที่ระลึก ราชทูตไทยเข้าเฝ้า พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศส

ในปลายสมัยของพระนารายณ์มีความรู้สึกต่อต้านชาวต่างชาติ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝรั่งเศส) ในหมู่ขุนนางไทยและพระสงฆ์ พระเพทราชา เจ้ากรมช้าง (ซึ่งต่อมาเป็นกษัตริย์องค์ที่ 28 ของอยุธยา) ทรงเป็นผู้นำในการต่อต้านครั้งนี้ โกษาปานได้เข้าเป็นฝ่ายของพระเพทราชา เมื่อพระเพทราชาปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ โกษาปานได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เจรจากับนายพลฝรั่งเศสที่คุมป้อมอยู่ที่เมืองบางกอกให้ถอนทหารออกไปจากอาณาจักรไทยได้สำเร็จ

พระยาโกษาธิบดี (ปาน) เป็นชายหนุ่มที่มีรูปงาม กิริยามารยาทเรียบร้อย มีไหวพริบดีรู้จักโต้ตอบ ได้ถูกเรื่องราวและกาลเทศะ ไม่มีอาการประหม่าสะทกสะเทิ้นเขินอาย เป็นคนช่างสังเกตจดจำสิ่งที่พบเห็นได้ทุกอย่างเมื่อเปลี่ยนแผ่นดินเป็นสมเด็จพระเพทราชานั้น พระยาโกษาธิบดี (ปาน ) นั้นได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพระยาโกษาธิบดี

แต่ด้วยเหตุที่เป็นคนซื่อสัตย์ต่อสมเด็จพระนารายณ์ฯ ดังนั้นเมื่อเห็นว่าสมเด็จพระเพทราชากระทำการไม่สมควรกรณี แต่งตั้งทั้งพระมเหสีและพระขนิษฐาของสมเด็จพระนารายณ์เป็นพระมเหสี จึงทำให้สมเด็จพระเพทราชานั้นทรงกริ้วเป็นอันมาก จึงหาเหตุให้ต้องพระราชอาญา เมื่อ พ.ศ. 2243 ภรรยาตลอดจนทรัพย์สมบัติของท่านก็ถูกริบหมด และมีโทษโบยด้วยเชือกจนสลบ เล่ากันว่าหลังนั้นไม่มีเนื้อดีจนมีการกล่าวกันว่า เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) นั้นมีความเกรงกลัวพระราชอาญาเสียจนไม่กล้าที่จะกราบทูลเรื่องสำคัญๆ จนในที่สุดถึงแก่อสัญกรรม ด้วยความโทมนัสที่ถูกพระราชอาญาและต้องโทษโบยอยู่เสมอ

ส่วนครอบครัวของท่านก็ได้แตกฉานซ่านเซ็นไปอยู่คนละทิศละทาง เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าครั้งสุดท้าย คุณทองดีซึ่งเป็นหลานปู่ของโกษาปานได้อพยพไปอยู่กับเจ้าพระยา​พิษณุโลก​ (เรือง) ต่อมาเมื่อเหตุการณ์สงบได้มาตั้งนิวาสสถานอยู่ ณ ตำบลสะแกกรัง เมืองอุทัยธานี ท่านผู้นี้ปรากฏว่าเป็นบิดาของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์ในราชวงศ์จักรีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ออกญาโกษาธิบดี (ปาน) ได้รับการยกย่องสรรเสริญในเรื่องความสามารถทำให้ไทยเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ และจากบุคลิกของท่านที่เฉลียวฉลาด มีมารยาทเรียบร้อย ช่างสังเกต ช่างจดจำ พูดจาหลักแหลมคมคาย ทำให้ท่านประสบความสำเร็จในการประกาศชื่อเสียง และเกียรติคุณของประเทศชาติ จากผลงาน การเป็นหัวหน้าคณะราชทูตไทยไปเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศฝรั่งเศสจนประสบผลสำเร็จของออกญาโกษาธิบดี (ปาน) ทำให้ไทยรอดพ้นจากการคุกคามของฮอลันดา






























วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

เที่ยวฝรั่งเศส เยือนปารีสเมืองแห่งความโรแมนติก



1.หอไอเฟล (Eiffel Tower)


1.หอไอเฟล-Eiffel-Tower-3
สัญลักษณ์ของกรุงปารีสแห่งนี้ ในอดีตสร้างขึ้นสำหรับงานแสดงสินค้าโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2432 และสุดท้ายได้กลายมาเป็นอันดับหนึ่งของสถานที่ในเมืองปารีสที่ทุกคนต้องมาเช็คอิน ไม่อย่างนั้นก็เหมือนมาไม่ถึง เสน่ห์และมนตร์ขลังของหอไอเฟลทำให้ที่นี่กลายเป็นฉากหลังของซีนขอแต่งงานสำหรับหลายๆ คู่ โดยเฉพาะจากมุมที่สวยที่สุดคือบริเวณ Trocadero ที่สามารถชมความสวยงามของหอไอเฟลแห่งนี้ได้อย่างเต็มตาพร้อมฉากหน้าเป็นลานน้ำพุ และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดในปารีสอีกด้วย


2.แม่น้ำเซน (Seine River)

                                         2.แม่น้ำเซน-Seine-River-4
แม่น้ำเซนเป็นแม่น้ำสายหลักของฝรั่งเศส สองฝั่งน้ำมีความงดงามของสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองปารีสอย่างมหาวิหารน็อทร์-ดามและอาคารเก่าแก่อื่นๆ ที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะเรอเนซองส์ ความสวยงามและโรแมนติกของแม่น้ำสายนี้ทำให้ได้ไปปรากฏโฉมอยู่ในฉากภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดหลายๆ เรื่อง และสำหรับคู่รักที่ต้องการเติมเต็มความหวานไม่ควรพลาดการล่องเรือ Bateaux Mouches ในวันที่บรรยากาศดีๆ และรอชมพระอาทิตย์ตกรายล้อมด้วยความงดงามจากสองฟากฝั่งแม่น้ำ

3.มหาวิหารน็อทร์-ดาม (Notre Dame de Paris)

                                          3.มหาวิหารน็อทร์-ดาม-Notre-Dame-Cathedral-หรือ-Notre-Dame-de-Paris-3
มหาวิหารน็อทร์-ดาม เป็นวิหารที่ใหญ่และมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส มหาวิหารแห่งนี้เป็นสถานที่ประกอบศาสนพิธีของคริสต์ศาสนานิกายคาทอลิก ความโรแมนติกของสถานที่แห่งนี้คือการเดินชมความสวยงามและหรูหราของมหาวิหารที่ถูกสรรค์สร้างจากสถาปัตยกรรมสไตล์กอธิก (Gothic) อันผสมผสานไม้ หิน และกระจกสีเข้าด้วยกัน ภายในประดับประดาด้วยรูปปั้นและภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับพระแม่มารี

4.พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Musée du Louvre)

                                           4.พิพิธภัณฑ์ลูฟร์-Musée-du-Louvre-2
พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเซน เป็นสถานที่เก็บรักษาภาพวาดชิ้นเอกที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกอย่าง “โมนาลิซา (Mona Lisa)” และประติมากรรมชื่อดัง “Venus de Milo” ของ Alexandros of Antioch ซึ่งเป็นศิลปินในยุคกรีกโบราณ นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะอื่นๆ จัดแสดงกว่า 35,000 ชิ้นที่มาจากอียิปต์และตะวันออกกลาง นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ได้รับการยกย่องให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลก จนทำให้แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวและชาวฝรั่งเศสต่อคิวเข้าชมเป็นจำนวนมาก และมีคู่รักหลายๆ คู่ นิยมมาถ่ายรูปคู่กับพีระมิดกระจกที่ลานด้านหน้า ที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เพื่อเก็บเป็นภาพที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเคยควงคู่กันมาเดินชมศิลปะระดับโลกที่ฝรั่งเศส

5.ถนนฌ็องเซลีเซ่ (Champs-Élysées)

                                            5.ถนนฌ็องเซลีเซ่-Champs-Élysées
มาเยือนเมืองแห่งน้ำหอม และแหล่งแฟชั่นทั้งที ต้องไม่พลาดการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมย่านถนนฌ็องเซลีเซ่ (Champs-Élysées) ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังทั้ง Chanel, Valentino, Cartier และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมกับชื่นชมความสวยงามของถนนที่มีต้นเชสต์นัตเรียงรายอย่างเป็นระเบียบทั้งสองข้างทาง สุดปลายถนนยังมีประตูชัยนโปเลียนหรือประตูชัยฝรั่งเศสที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารกล้าในสงครามปฏิวัติฝรั่งเศสและสงครามนโปเลียน และสถานที่แห่งนี้เองที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญสำหรับเก็บภาพและดื่มด่ำบรรยากาศโรแมนติกของเมืองปารีส


Rap?

       แร็ป(Rap) คือคำพูดเป็นคำกลอนให้ลงจังหวะ ตามbeatของเพลง เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมฮิปฮอป
     การแร็ปเริ่มมาจากชาวจาไมก้าในนิวยอร์กได้อัดคำพูดลงเพลงประเภทแด๊นซ์ฮอล ในทศวรรษที่70 จนถึงทศวรรษที่80 จนเกิดความนิยมในวงการเพลงแร็ป พอถึงปลายยุคทศวรรษที่90 ฮิปฮอปได้ก้าวเข้าสู่กระแสหลัก ในยุค2000 ฮิปฮอปใต้ดินเริ่มมีการใช้จังหวะที่หลากหลายมากขึ้น ท้วงทำนองในการพูด คำกลอนที่ซับซ้อน และการเล่นคำอย่างสร้างสรรค์ เนื้อเพลงแร็ปมักถ่ายทอดชีวิต บวกกับอ้างอิงถึงวัฒนธรรมกระแสนิยมและคำสแลง

วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ทำไมวันวาเลนไทน์ ถึงให้ ช็อกโกแลต


วาเลนไทน์ ช็อกโกแลต
เค้า ว่ากันว่า...ในยุคโรมันที่นักบุญวาเลนไทน์ได้เสียชีวิตนั้น ช็อคโกแลตยังเป็นของหายากจึงเป็นสิ่งที่มีค่าที่คนรักจะมอบแทนใจให้กันได้ จึงส่งไปพร้อมการ์ดและดอกไม้ ซึ่งสื่อความหมายของความรักมาแต่ไหนแต่ไรแล้วก็ได้ และอาจจะรวมไปถึง การที่ช็อคโกแลตเคยเป็นสัญลักษณ์ของ เสรีภาพ มิตรภาพ และสันติภาพ ในช่วงที่ สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงด้วยก็ได้ หรืออาจมาจากการที่ช็อกโกแลตนั้น สามารถช่วยกระตุ้นอารมณ์รักได้ด้วย เพราะมีเรื่องเล่าขานกันมาว่า นายมองเตชูมา นักรบผู้พิชิตแห่งสเปน มักจะดื่มช็อกโกแลตเป็นประจำเสมอ ก่อนไปหาเหล่าสาวๆในฮาเร็มของเขา ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อให้ช่วยกระตุ้นอารมณ์รักด้วย
นอกจากช็อคโกแลตจะเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพและมิตรภาพแล้ว ช็อคโกแลตยังมีประโยชน์อีกมากมาย
ในตัวช็อกโกแลตนั้น มีส่วนประกอบสำคัญเรียกว่า Flavonoid เป็นสารซึ่งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันการก่อตัวของไขมันในเส้นเลือดป้องกันโรคหัวใจและการเกิดมะเร็ง ที่สำคัญยังช่วยให้แก่ช้าด้วย นอกจากนี้ในช็อคโกแลตยังมีสารบางชนิดไปกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเคมีแห่งความสุขที่ชื่อเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ออกมา ซึ่งจะช่วยลดความเครียดและทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีขึ้นด้วย

วันพุธที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2561

ช้อปปิ้งสุดหรู ที่ปารีสเมืองแฟชั่น

ช้อปปิ้งสุดหรู ที่ปารีสเมืองแฟชั่น

เมืองที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาอย่างปารีส ผสานความทันสมัยของแฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันโดดเด่นมีเอกลักษณ์ ซึ่งสะท้อนรสนิยมและความละเมียดละไมในการใช้ชีวิตของชาวปารีสได้เป็นอย่างดี อีกหนึ่งเป้าหมายของการไปเที่ยวปารีส คงหนีไม่พ้นการได้ช้อปปิ้งที่ดินแดนแฟชั่นแห่งนี้ เต็มไปด้วยแบรนด์เนมให้เลือกมากมาย หากใครไม่ใช่นักช้อปตัวยง เพียงแค่แวะไปมองตามร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าสุดหรู ก็ยังได้แรงบันดาลใจไปเต็มๆ

Galeries Lafayette (ห้างแกลลอรี่ ลาฟาแยตต์)

ห้างสุดหรูแห่งกรุงปารีส เพียงแค่ก้าวเข้ามาก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับความยิ่งใหญ่อลังการ พร้อมด้วยการตกแต่งสวยงามสุดคลาสสิค มีโซนต่างๆ ให้เลือกแบบครบวงจร ที่สำคัญ ยังรวมสินค้าแบรนด์เก๋จากดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ของฝรั่งเศส เช่น Avant Premiere , Bloch , Marnoush , Monet , Rica Lewis รวมถึงบูทิคแบรนด์ดังอย่าง Blenciaca , Christian Lacroix , Ralph Lauren , Swarovski และยิ่งไปกว่านั้น ยังมี Tax Refund ด้วยนะ แต่คิวอาจจะยาวหน่อย ยังไงก็ต้องเผื่อเวลาเอาไว้ด้วย เพราะถ้าจะเดินให้หมดก็อาจจะไม่ทั่ว

Galeries Lafayette

Printemps (ห้างแพรงตองค์)

อีกหนึ่งห้างสุดหรูที่อยู่ไม่ไกลจากห้างลาฟาแยตต์ อยู่ติดๆ กันเลย เดินไปอีกไม่กี่ก้าวก็ถึง ห้างสรรพสินค้าแสนสวยชื่อดัง เปิดให้บริการมายาวนานตั้งแต่ปี 1870 ภายในตกแต่งแบบเก๋ๆ เต็มไปด้วยสินค้าทันสมัย โดยเฉพาะเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำ มีแบรนด์ดังระดับโลกมากมายให้เลือกช้อป ไม่ว่าจะเป็น Balenciaga , Chanel , Coach Jean Paul Gaultier , Stella MC Cartney และอื่นๆ อีกเพียบ ถ้าอยากเดินแบบไม่เบียดเสียด คนน้อยกว่า แต่สินค้าพอๆ กัน ก็แนะนำว่ามาที่นี่เลยจะดีกว่า

Printemps

Bon Marche’

ห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่มีที่มาที่ไปน่าสนใจ ที่เริ่มต้นมาจากห้องรับแขกเล็กๆ ในบ้านเท่านั้น และด้วยแนวคิดที่ต้องการเติมเต็มความต้องการให้ผู้หญิงได้มากที่สุด ทำให้ได้รับความนิยมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และกลายมาเป็นห้างใหญ่สุดหรูมาจนถึงทุกวันนี้ ด้วยการตกแต่งที่เรียบง่ายดูสบายตา ยิ่งทำให้ห้างนี้ดูทันสมัยตลอดเวลา   เราจะพบสินค้าคุณภาพมากมายหลายชนิด อาทิ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ เครื่องสำอาง มีทั้งแบรนด์สากล และแบรนด์ดังจากฝรั่งเศส แถมราคายังไม่แพงเกินกว่าจะควักกระเป๋าจ่าย ทั้งยังมีซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ขายอาหารคุณภาพจากทั่วทุกมุมของฝรั่งเศส และจากทั่วทุกมุมโลก ใครเน้นช้อปปิ้งเบาๆ ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ

ฝรั่งเศส

CHAMPS ELYSEES (ถนนชองป์เอลิเซ่)

ใครว่าความหรูหราจะมีแต่เพียงในห้าง Street Shopping ที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นก็คือ ถนนชองป์เอลิเซ่ ถนนสายยาวที่สวยที่สุดในปารีส สองข้างทางมีต้นเชสต์นัตที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามและปลูกเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ เป็นเอกลักษณ์ของถนนสายนี้เลยก็ว่าได้ มียี่ห้อแบรนด์ดังให้ช้อปปิ้งกันตลอดสาย อย่างเช่น Chanel, Valentino, Cartier และอื่นๆ อีกมากมาย เครื่องสำอางก็มีหลายยี่ห้อเป็นร้านแบบ Stand Alone เช่น Mac ก็มาตั้งที่นี่ ถ้าใครมีร้านอยู่ในใจก็ตรงดิ่งไปได้เลย รับรองถูกใจสาวๆ นักช้อปแน่ๆ เดินไปสุดทางเรายังได้เจอกับความยิ่งใหญ่ของประตูชัยฝรั่งเศสอีกด้วย

La Vallee Outlet (ลาวัลเลย์ วิลเลจ เอาท์เลท)

ถ้าในห้างยังไม่เจอของถูกใจ ลองเปลี่ยนไปช้อปปิ้งที่เอาท์เลทดูดีมั้ย ที่นี่เป็นแหล่งรวมแบรนด์ดังกว่า 80 แบรนด์ทั่วโลก และที่สำคัญ ราคาถูกกว่าซื้อตามช้อปทั่วไปอีกนะ ซึ่งจะลดเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นช่วงเซลล์ก็ลดมากหน่อย ตั้งแต่ 30-60% ที่ราคาถูกกว่าก็เพราะว่าอาจจะไม่ใช่ collection ใหม่ล่าสุด ถ้าไม่ติดใจตรงนี้ ยอมหลุดเทรนด์ไปสักนิดหน่อยก็ถือว่าคุ้มนะ เป็นมือหนึ่งราคาถูกกว่า ดีกว่าไปตามซื้อมือสองของคนอื่นเป็นไหนๆ

วันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561

อาการสะอึกเกิดจากอะไร?

 สะอึก ที่เกิดขึ้นตามปกตินั้น สาเหตุเป็นเพราะกระเพาะอาหารเกิดการระคายเคือง จึงกระตุ้นให้เส้นประสาทในบริเวณนี้ทำงานผิดปกติ ทำให้กล้ามเนื้อกะบังลมมีการหดเกร็งตัวเป็นจังหวะๆ และกล้ามเนื้อซี่โครงได้รับผลกระทบให้เกิดการหดเกร็งตัวในลักษณะเดียวกัน แต่สาเหตุก็ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการระคายเคืองที่กระเพาะอาหารเสมอไป บางครั้งก็อาจก่อตัวที่ ศูนย์การ สะอึก ที่อยู่ในสมองที่บังคับควบคุมให้เกิดการเคลื่อนไหวผิดปกติของกะบังลมจนเกิดเป็นอาการ สะอึก
158414061
โดยมากแล้วอาการ สะอึก มักเกิดขึ้นไม่นานจะเป็นเพียงแค่ 2-3 นาทีแล้วก็จะหายเป็นปกติ แต่ถ้า สะอึก เป็นเวลานาน เช่น สะอึก เป็นชั่วโมงหรือครึ่งค่อนวัน และยิ่งถ้าหากมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงหรือถ่ายเป็นเลือดร่วมอยู่ด้วย ควรที่จะรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุต่อไป
ส่วนสาเหตุของการ สะอึก ที่ไม่ปกตินั้น อาจจะเกิดจากโรคอื่นๆ เช่น กระเพาะลำไส้อุดตัน ลำไส้โป่งพอง เยื่อบุช่องท้องอักเสบ หรือการกลืนอาหารอย่างรีบร้อน อาหารติดคอ ปอดอักเสบ
สำหรับวิธีการแก้โรค สะอึก นั้นวิธีง่ายๆ ก็คือ กลั้นลมหายใจไว้โดยนับ 1-10 แล้วค่อยหายใจออก จากนั้นก็ดื่มน้ำตามทันที เขี่ยภายในรูจมูกให้จาม ให้พยายามกลืนน้ำตาลประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ โดยไม่ต้องใช้น้ำ หรือทำให้เกิดการโกรธ ตื่นเต้นหรือกลัว ก็จะสามารถช่วยได้
แต่ถ้าหากว่าทำตามวิธีข้างต้นแล้วยังไม่หาย ควรที่จะต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุโรคอย่างอื่นร่วมด้วย อย่าคิดว่า สะอึก แค่นิดเดียวแล้วไม่มีอันตรายนะ

ประวัติความเป็นมา Human Tower

ที่มา อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ตามประเพณี Muixernga ของAlgemesíในวาเลนเซียประเพณีของคาเทโลเนียในคาเทโลเนียเกิดขึ้นในบอล dels วาเลนเซีย (เชียน...